ศาลอาญาการจังหวัดเลย

หน้า ๑๒

เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มีนาคม ๒๕๕๕

กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. ๒๕๖๘

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๙ (๔) มาตรา ๑๐๓ วรรคห้า และมาตรา ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.ค.ศ. โดยได้รับอนุมัติ จากคณะรัฐมนตรีออกกฎ ก.ค.ศ. ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ การสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพักราชการหรือให้ออกจากราชการ ไว้ก่อนกรณีรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา และกรณีถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในกฎ ก.ค.ศ. นี้

ข้อ ๒ ให้ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ มาตรา ๙๘ วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคห้า มาตรา ๑๐๐ วรรคหก และผู้บังคับบัญชาที่ได้รับรายงานตามมาตรา ๑๐๔ แล้วแต่กรณี เป็นผู้สั่งพักราชการหรือสั่งให้ ออกจากราชการไว้ก่อน

ข้อ ๓ เม่ือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย อย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทําความผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดท่ีได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ผู้มีอํานาจตามข้อ ๒ จะส่ังให้ผู้นั้น พักราชการได้ต่อเมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่า กระทําความผิดอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือเกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติการณ์ อันไม่น่าไว้วางใจ และผู้ท่ีถูกฟอ้ งน้ันพนักงานอัยการมิได้รับเป็นทนายแก้ต่างให้ และผู้มีอํานาจตามข้อ ๒ พิจารณาเห็นว่าถ้าให้ผู้น้ันคงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ

(๒) ผู้นั้นมีพฤติการณ์ที่แสดงว่าถ้าคงอยู่ในหน้าที่ราชการจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนพิจารณา หรือจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยข้ึน

(๓) ผู้นั้นอยู่ในระหว่างถูกควบคุมหรือขังโดยเป็นผู้ถูกจับในคดีอาญา หรอื ต้องจําคุกโดยคําพิพากษา และได้ถูกควบคุม ขัง หรือต้องจําคุก เป็นเวลาติดต่อกันเกินสิบห้าวันแล้ว

หน้า ๑๓

เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มีนาคม ๒๕๕๕

(๔) ผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและต่อมามีคําพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็น ผู้กระทําความผิดอาญาในเรื่องที่สอบสวน หรือผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงภายหลัง ที่มีคําพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทําความผิดอาญาในเรื่องที่สอบสวนนั้น และผู้มีอํานาจตามข้อ ๒ พิจารณาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคําพิพากษาถึงที่สุด ได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่าการกระทํา ความผิดอาญาของผู้นั้นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๔ การสั่งพักราชการตามข้อ ๓ ให้สั่งพักตลอดเวลาที่สอบสวนพิจารณา เว้นแต่กรณี ที่ผู้ถูกสั่งพักราชการเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาได้ร้องทุกข์คําสั่งพักราชการและผู้มีอํานาจพิจารณา เห็นว่าคําร้องทุกข์ฟังขึ้น และสมควรสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการก่อนการสอบสวนพิจารณา เสร็จสิ้นเนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ถูกสั่งพักราชการไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนพิจารณา และไม่ก่อให้เกิด ความไม่สงบเรียบร้อยต่อไป หรือเนื่องจากการดําเนินการทางวินัยได้ล่วงพ้นหนึ่งปีนับแต่วันพักราชการ ยังไม่แล้วเสร็จ และผู้ถูกสั่งพักราชการไม่มีพฤติกรรมดังกล่าว ให้ผู้มีอํานาจสั่งพักราชการสั่งให้ผู้นั้น กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการก่อนการสอบสวนพิจารณาเสร็จสิ้นได้

ข้อ ๕ เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีกรณีถูกพักใชใ้ บอนุญาตประกอบวิชาชีพ ถ้าภายในสามสิบวันนับแต่วันที่หน่วยงานการศึกษาของผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพปฏิบัติงานอยู่ ได้รับหนังสือแจ้งการพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และผู้บังคับบัญชาหน่วยงานการศึกษานั้น พิจารณาเห็นว่า ผู้นั้นไม่เหมาะสมที่จะเปลี่ยนตําแหน่งหรือย้ายไปดํารงตําแหน่งอื่นที่ไม่ต้องมีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพ หรือผู้นั้นมีความเหมาะสม แต่ไม่อาจเปลี่ยนตําแหน่งหรือย้ายไปดํารงตําแหน่งอื่นได้ หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี ไม่อนุมัติ ก็ให้ผู้มีอํานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งให้ผู้นั้นพักราชการ

ข้อ ๖ การสั่งพักราชการตามข้อ ๕ ให้สั่งพักตลอดเวลาที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เว้นแต่กรณีที่ผู้ถูกสั่งพักราชการเนื่องจากเหตุ ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ร้องทุกข์ คําสั่งพักราชการและผู้มีอํานาจพิจารณาเห็นว่าคําร้องทุกข์ฟังขึ้นและสมควรสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติ หน้าที่ราชการก่อนกําหนดเวลาที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เนื่องจากมีตําแหน่งอื่นที่ไม่ต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานการศึกษาพิจารณาเห็นว่าผู้นั้นมีความเหมาะสม ที่จะบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว ผู้มีอํานาจสั่งพักราชการอาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติ หน้าที่ราชการก่อนกําหนดเวลาที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้

ข้อ ๗ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย อย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวนหลายสํานวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทําผิดอาญา หลายคดี เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือผู้ที่ถูกฟ้องนั้น พนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ ถ้าจะสั่งพกั ราชการให้สั่งพักทุกสํานวนและทุกคดี

หน้า ๑๔

เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มีนาคม ๒๕๕๕

ในกรณีที่ได้สั่งพักราชการในสํานวนใดหรือคดีใดไว้แล้ว ภายหลังปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้น มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวนในสํานวนอื่น หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทําความผิดอาญาในคดีอื่นเพิ่มขึ้นอีกเว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือผู้ที่ถูกฟ้องนั้นพนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ ก็ให้สั่งพักราชการ ในสํานวนหรือคดีอื่นที่เพิ่มขึ้นนั้นด้วย

ข้อ ๘ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีเหตุพักราชการตามข้อ ๓ และพักใช้ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามข้อ ๕ ถ้าจะสั่งพักราชการให้สั่งพักทุกสํานวนและทุกคดี

ในกรณีที่ได้สั่งพักราชการในสํานวนใดหรือคดีใดไว้แลว้ ภายหลังปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้น มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวนในสํานวนอื่น หรือถูกฟ้อง คดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทําความผิดอาญาในคดีอื่นเพิ่มขึ้นอีก เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทําโดย ประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือผู้ที่ถูกฟ้องนั้นพนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ หรือมีกรณี ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ก็ให้สั่งพักราชการ ในสํานวนหรือคดีอื่นที่เพิ่มขึ้นนั้นด้วย

ข้อ ๙ การสั่งพักราชการหรือการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ห้ามมิให้สั่งย้อนหลังไปก่อน วันออกคําสั่ง เว้นแต่

(๑) ผู้ซึ่งจะถูกสั่งพักราชการหรือจะถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนอยู่ในระหว่างถูกควบคุม หรือขังโดยเป็นผู้ถูกจับในคดีอาญา หรือต้องจําคุกโดยคําพิพากษา การสั่งพักราชการหรือการสั่ง ให้ออกจากราชการไว้ก่อนในเรื่องนั้นให้สั่งย้อนหลังไปถึงวันที่ถูกควบคุม ขัง หรือต้องจําคุก

(๒) ในกรณีที่ได้มีการสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ถ้าจะต้องสั่งใหม่ เพราะคําสั่งเดิมไม่ชอบหรือไม่ถูกต้อง ให้สั่งพักหรือสั่งให้ออกตั้งแต่วันให้พักราชการหรือให้ออกจาก ราชการไว้ก่อนตามคําสั่งเดิม หรือตามวนั ที่ควรต้องพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนในขณะที่ ออกคําสั่งเดิม

ข้อ ๑๐ คําสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนต้องระบุชื่อและตําแหน่งของ ผู้ถูกสั่งพักหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตลอดจนกรณีและเหตุที่สั่งให้พักราชการหรือสั่งให้ออกจาก ราชการไว้ก่อน

เมื่อได้มีคําสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดพักราชการหรือสั่งให้ออกจาก ราชการไว้ก่อนแล้ว ให้แจ้งคําสั่งให้ผู้นั้นทราบพร้อมทั้งส่งสําเนาคําสั่งให้ด้วยโดยพลัน

ในกรณีที่ผู้ถูกพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่ง แต่ได้มีการแจ้งคําสั่งให้ผู้นั้นทราบพร้อมกับมอบสําเนาคําสั่งให้ผู้นั้น รวมทั้งทําบันทึกลงวัน เดือน ปี เวลาและสถานที่ที่แจ้ง และลงลายมือชื่อผู้แจ้งพร้อมทั้งพยานรู้เห็นไว้เป็นหลักฐานแล้ว ให้ถือวันที่แจ้งนั้น เป็นวันที่ผู้นั้นได้รับทราบคําสั่ง

หน้า ๑๕

เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มีนาคม ๒๕๕๕

ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งให้ผู้ถูกพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่ง ได้โดยตรง แต่ได้มีการแจ้งเป็นหนังสือส่งสําเนาคําสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้นั้น ณ ที่อยู่ ของผู้น้ัน ซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการ โดยส่งสําเนาคําส่ังไปให้สองฉบับเพื่อให้ผู้นั้นเก็บไว้ หนึ่งฉบับ และให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อและวัน เดือน ปีที่รับทราบคําสั่งส่งกลับคืนมาเพื่อเก็บไว้เป็น หลักฐานหนึ่งฉบับ ในกรณีเช่นนี้เมื่อล่วงพ้นสิบห้าวันนับแต่วันที่ปรากฏในใบตอบรับทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนว่าผู้น้ันได้รับเอกสารดังกล่าวหรือมีผู้รับแทนแล้ว แม้ยังไม่ได้รับสําเนาคําส่ังฉบับที่ให้ผู้นั้น ลงลายมือชื่อและวัน เดือน ปีที่รับทราบคําสั่งกลับคืนมา ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับทราบคําสั่งให้พักราชการ หรอื คําสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนน้ันแล้ว

ข้อ ๑๑ เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีเหตุที่อาจถูกสั่งพักราชการ และผู้มีอํานาจตามข้อ ๒ พิจารณาเห็นว่าการสอบสวนพิจารณา หรือการพิจารณาคดีที่เป็นเหตุที่อาจ ถูกสั่งพักราชการตามข้อ ๓ นั้นจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว ผู้มีอํานาจดังกล่าวจะสั่งให้ผู้น้ันออกจากราชการ ไว้ก่อนก็ได้

ข้อ ๑๒ เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีเหตุที่อาจถูกสั่งพักราชการตามข้อ ๕ เป็นเวลาเกินหนึ่งปี ผู้มีอํานาจตามข้อ ๒ อาจสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนก็ได้

ข้อ ๑๓ ให้นําความในข้อ ๔ ข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ มาใช้บังคับกับการสั่งให้ออกจาก ราชการไว้ก่อนโดยอนุโลม

ข้อ ๑๔ เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดพักราชการไว้แล้ว หากผู้มี อํานาจตามข้อ ๒ พิจารณาเห็นว่ามีเหตุตามข้อ ๑๑ หรือข้อ ๑๒ จะสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อน อีกชั้นหนึ่งก็ได้

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่จะสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามข้อ ๑๔ ให้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตั้งแต่วันพักราชการเป็นต้นไป

ข้อ ๑๖ การสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งมีวิทยฐานะ เชี่ยวชาญพิเศษ ผู้ดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์ ผู้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีหรือผู้ดํารงตําแหน่งที่เรียกชื่อ อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าออกจากราชการไว้ก่อน ให้ดําเนินการนําความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมี พระบรมราชโองการให้พ้นจากตําแหน่งนับแต่วันออกจากราชการไว้ก่อน

ข้อ ๑๗ เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดพักราชการหรือให้ออกจาก ราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา ถ้าภายหลังปรากฏผลการสอบสวนพิจารณา เป็นประการใดแล้วให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่ปรากฏวา่ ผู้นั้นกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ดําเนินการตามมาตรา ๑๐๐ วรรคสี่ หรือมาตรา ๑๓๔ แล้วแต่กรณี

หน้า ๑๖

เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มีนาคม ๒๕๕๕

(๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจาก ราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ แล้วแต่กรณี ในตําแหน่งและวิทยฐานะเดิมหรือตําแหน่งเดียวกับที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสําหรับ ตําแหน่งและวิทยฐานะ แล้วให้ผู้บังคับบัญชาดําเนินการตามมาตรา ๑๐๐ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง หรือมาตรา ๑๓๔ แล้วแต่กรณี

(๓) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจาก ราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไมอ่ าจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการได้เนื่องจาก ผู้ถูกสั่งพักราชการมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการแล้ว หรือผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ซึ่งจะต้องพ้นจาก ราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณนั้น แล้วแต่กรณี ก็ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งงดโทษตามมาตรา ๑๐๒ โดยไม่ต้องสั่ง ให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ และสําหรับผู้ที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ให้มีคําสั่งยกเลิกคําสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อให้ผู้นั้นเป็นผู้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วย บําเหน็จบํานาญข้าราชการ

(๔) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง แต่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจาก ราชการด้วยเหตุอื่น ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งงดโทษตามมาตรา ๑๐๒ แล้วสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ ตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ

(๕) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นมิได้กระทําผิดวินัย และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจาก ราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้สั่งยุติเรื่อง และสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ ในตําแหน่งและวิทยฐานะเดิมหรือตําแหน่งเดียวกับที่ผู้น้ันมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสําหรับ ตําแหน่งและวิทยฐานะ

(๖) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้น้ันมิได้กระทําผิดวินัย และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจาก ราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้ผู้น้ันกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการได้ เนื่องจากผู้ถูกสั่งพักราชการมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วย บําเหน็จบํานาญข้าราชการแล้ว หรือผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ ซึ่งจะต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณนั้น แล้วแต่กรณี ก็ให้สั่งยุติเรื่อง และสําหรับผู้ที่ถูกสั่ง ให้ออกจากราชการไว้ก่อนให้มีคําสั่งยกเลิกคําสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อให้ผู้นั้นเป็นผู้พ้นจาก ราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ

(๗) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้น้ันมิได้กระทําผิดวินัย แต่มีกรณีที่จะต้องถูกส่ังให้ออกจากราชการ ด้วยเหตุอื่น ก็ให้สั่งให้ออกจากราชการตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือกลับเข้ารับราชการ

หน้า ๑๗

เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๒๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ มีนาคม ๒๕๕๕

ข้อ ๑๘ เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดพักราชการหรือให้ออกจาก ราชการไว้ก่อนตามข้อ ๕ หรือข้อ ๑๒ ถ้าภายหลังปรากฏผลการพิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมาย ว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นประการใด หรือพ้นกําหนดเวลาที่ถูกพักใช้ใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพแล้วให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นไม่เป็นผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่มีกรณี ที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ แล้วแต่กรณี ในตําแหน่งและวิทยฐานะเดิมหรือตําแหน่งเดียวกับที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตาม คุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งและวิทยฐานะ

(๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นยังคงเป็นผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไปและไม่มีกรณี ที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้เป็นไปตามข้อ ๕ หรือข้อ ๑๒ แล้วแต่กรณี

(๓) ในกรณีที่ปรากฏว่าพ้นกําหนดเวลาที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว และไม่มี กรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ

(๔) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นไม่เป็นผู้ถูกพักใช้หรือพ้นกําหนดเวลาถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพแล้ว และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติ หน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการได้ เนื่องจากผู้ถูกสั่งพักราชการมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และได้ พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการแล้ว หรือผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการ ไว้ก่อนมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ซึ่งจะต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณนั้น แล้วแต่กรณี ก็ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ สําหรับกรณี ผู้ที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนให้มีคําสั่งยกเลิกคําสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อให้ผู้น้ันเป็น ผู้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ

(๕) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นไม่เป็นผู้ถูกพักใช้ หรือพ้นกําหนดเวลาถูกพักใช้ใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพแล้ว แต่มีกรณีต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้นั้นออกจาก ราชการตามเหตุนั้นโดยไม่ตอ้ งสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ

ข้อ ๑๙ คําสั่งพักราชการ คําสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือคําสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือกลับเข้ารับราชการ ต้องทําเป็นหนังสือระบุชื่อ ตําแหน่ง และวิทยฐานะของผู้ถูกสั่งพักราชการ ผู้ถูกสั่งใหอ้ อกจากราชการไว้ก่อน หรือผู้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ ตลอดจน กรณีและเหตุที่สั่งดังกล่าว โดยให้มีสาระสําคัญตามแบบ พ. ๑ พ. ๒ พ. ๓ พ. ๔ หรือ พ. ๕ แล้วแต่กรณี ท้ายกฎ ก.ค.ศ. นี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธาน ก.ค.ศ.

อ้างอิงหนังสือ https://otepc.go.th/images/00_YEAR2562/02_PTT/02_IT/document/12.PDF

ระบุรายชื่อหรือสัญญาลักษณ์

ขับกะบะ 4ประตูไม่สวมแผ่นป้ายทะเบียนยี่ห้อ อีชูชุ ออนิว สีบรอนเงิน ตัวเตี้ย หน่วยงานไหนสังกัดไหนไม่ทราบที่มา แต่พฤติกรรมเรียกตรวจประชาชนขับรถสันจรไปมา เส้น เลยเชียงคาน ผม พันจ่าโทวิศิษฎ์ ทองโม้ โดน แล้ว 2รอบ บุกบ้านและเรียก ตรวจเมื่อวันที่ 28 กุมภาพัน 2568

เรียกสอบด้วยครับ จังหวัดเลย หน่วยไหนสังกัดไหนออกมาแสดงตัวก้วยครับ

ผู้ดำเนินการ เบล Tdga Dopa42

เบลหลานสารวัตร์ ทรงเดช ผาจันทร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

http://rq57.onmicrosoft.com/

http://rq57.onmicrosoft.com/

FPPH+426 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเลย ที่อยู่ 44/4 ถ.เสริฐศรี ต.กุดป่อง ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย เลย 42000 https://httpsloeigorh.blogspot.com/2025/02/blog-post_7.html