http://rq57.onmicrosoft.com/
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๔) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔
(๕) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
(๖) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
“ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง” หมายความว่า (๑) นายกรัฐมนตรี
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
“หัวหน้าพนักงานไต่สวน” หมายความว่า ผู้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งต้ังจากพนักงานไต่สวน
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
มาตรา ๘ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการ
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
หมวด ๑ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๗) เคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งตาม (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๖) รวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี
การนับระยะเวลาตามวรรคสอง ให้นับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อหรือวันสมัครเข้ารับการสรรหา แล้วแต่กรณี
(๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสี่สิบห้าปี แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี
(๓) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
(๕) มีสุขภาพที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรา ๑๑ กรรมการต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระใด
(๓) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๔) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ
(๕) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(๖) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
(๗) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๘) อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกต้ังเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๙) ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
(๑๐) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือ
ถือว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
(๑๑) เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
(๑๓) เคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
(๑๔) อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง
(๑๕) เคยพ้นจากตําแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการเสนอ การแปรญัตติ หรือ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๑๙) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นของพรรคการเมืองในระยะสิบปีก่อนเข้ารับ การสรรหา
(๒๐) เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา
(๒๓) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ
(๒๔) มีพฤติการณ์อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
(๑) ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการ
(๒) ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ
(๓) ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ
(๔) บุคคลซ่ึงศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระท่ีมิใช่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งต้ังจากผู้มีคุณสมบัติ
ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา
ในการดําเนินการแต่งตั้งบุคคลตาม (๔) ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่คณะกรรมการ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ให้เลขาธิการวุฒิสภาประกาศรายชื่อกรรมการสรรหาตาม (๔) ให้ประชาชนทราบเป็นการท่ัวไป
ให้ประธานกรรมการสรรหา และกรรมการสรรหาเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ในการสรรหา ให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย และให้กรรมการสรรหาแต่ละคนบันทึกเหตุผล ในการเลือกไว้ด้วย
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
การวินิจฉัย ให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย
มาตรา ๑๙ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตําแหน่งเมื่อ
(๓) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๑
กรรมการคนหนึ่งทําหน้าที่แทนประธานกรรมการ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหากําหนด
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ในการคํานวณบําเหน็จตอบแทนนั้น ให้นําอัตราเงินเดือนตามมาตรา ๒๖ คูณด้วยจํานวนปี
ที่ดํารงตําแหน่ง เศษของปีให้นับเป็นหนึ่งปี
สิทธิในบําเหน็จตอบแทนน้ันเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนไม่ได้ เว้นแต่กรณีตาย ให้ตกได้แก่คู่สมรส
ส่วนที่ ๒ หน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
มาตรา ๒๘ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๕) หน้าที่และอํานาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ หรือกฎหมายอื่น
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๒) ให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคํา หรือส่งบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ มาเพื่อประโยชน์ ในการไต่สวน
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
สอบสวนควบคุมตัวไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา ๔๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ในการดําเนินการตรวจสอบ การสอบสวน การไต่สวน หรือการไต่สวนเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ส่วนที่ ๓ การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คู่สมรสตามวรรคหนึ่งให้นําความในมาตรา ๑๐๒ วรรคสองมาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
คํากล่าวหาใดที่ไม่มีเหตุที่ไม่รับไว้พิจารณาตามวรรคหนึ่ง ให้ดําเนินการไต่สวนต่อไป
มาตรา ๕๐ ในการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจมอบหมายเลขาธิการ หัวหน้า
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ในการไต่สวนเบื้องต้นให้เลขาธิการและหัวหน้าพนักงานไต่สวน มีอํานาจตามมาตรา ๓๔ (๑) (๒) และ (๓) ด้วย
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ให้ที่ปรึกษาตามวรรคสี่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมเช่นเดียวกับกรรมการ
มาตรา ๕๔ ห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับหรือยกเรื่องที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ขึ้นพิจารณา
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๓) ผู้ถูกร้องหรือผู้ถูกกล่าวหาตาย เว้นแต่เป็นกรณีร่ํารวยผิดปกติ
(๑) เรื่องที่ล่วงเลยมาแล้วเกินสิบปีนับแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันที่มีการกล่าวหา
(๒) มีส่วนได้เสียในเรื่องที่กล่าวหา
(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา
(๔) เป็นผู้กล่าวหาหรือเป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือพ่ีน้องร่วมบิดามารดา หรือ
ร่วมบิดาหรือมารดากับผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้กล่าวหา
(๒) ชื่อหรือตําแหน่งของผู้ถูกร้อง
(๓) ข้อกล่าวหาและพฤติการณ์แห่งการกระทําผิดตามข้อกล่าวหา พร้อมพยานหลักฐานหรือ
ผู้กล่าวหาจะเป็นผู้เสียหายหรือมิใช่ผู้เสียหายก็ได้
การกล่าวหาตามวรรคหนึ่ง จะทําด้วยวาจาหรือทําเป็นหนังสือก็ได้ และจะส่งด้วยวิธีใด ๆ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
การเทียบตําแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
การเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงตามวรรคหนึ่ง ไม่มีผลกระทบต่อการไต่สวนที่ได้กระทําไปก่อนแล้ว
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
มาตรา ๗๕ เมื่อดําเนินการไต่สวนเสร็จแล้ว ให้จัดทําสํานวนการไต่สวนเสนอประธานกรรมการ
(๑) ชื่อและตําแหน่งหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหา
(๕) บทบัญญัติของกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิง
(๖) สรุปความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหา
ให้มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาสํานวนการไต่สวนเพื่อมีมติโดยเร็ว
ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับการจัดทํารายงานการไต่สวนเบื้องต้นด้วยโดยอนุโลม
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หมวด ๓ การดําเนินการกับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งเฉพาะ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ในคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ การจะอุทธรณ์หรือไม่ให้เป็นไปตามมติของ คณะกรรมการ ป.ป.ช.
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๑) ทรัพย์สินที่บุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทําความผิด
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๕) ดอกผลหรือประโยชน์อื่นใดอันเกิดจากทรัพย์สินหรือประโยชน์ตาม (๑) (๓) หรือ (๔)
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
การประเมินค่าเสียหายและค่าเสื่อมสภาพตามวรรคสี่ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
ส่วนที่ ๒ การดําเนินคดีกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ให้นําความในมาตรา ๘๑ และมาตรา ๘๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ส่วนที่ ๓ การดําเนินการกรณีฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๔ ของรัฐธรรมนูญ
การสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
หมวด ๔ การดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ไปรายงานตัวตามกําหนด ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการ ตามมาตรา ๓๙ ต่อไป
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ส่วนที่ ๑ การดําเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ส่วนที่ ๒ การดําเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หมวด ๕ การดําเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน
ส่วนที่ ๑ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และการตรวจสอบ
(๑) ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมอื ง
(๓) ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ
(๔) ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
ซึ่งดํารงตําแหน่งตั้งแต่อธิบดีผู้พิพากษาขึ้นไป
(๕) ข้าราชการตุลาการศาลปกครองตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา
คดีปกครอง ซึ่งดํารงตําแหน่งตั้งแต่อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นขึ้นไป
(๖) ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการซึ่งดํารงตําแหน่ง
(๘) ตําแหน่งอื่นตามที่กฎหมายอื่นกําหนดให้มีหน้าท่ียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นตามกําหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ตําแหน่งตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) และ (๙) ให้ยื่นเม่ือเข้ารับตําแหน่ง และ พ้นจากตําแหน่ง
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ส่วนที่ ๒ การดําเนินการกรณีร่ํารวยผิดปกติ
ระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวันแต่ไม่เกินหกสิบวัน
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
การดําเนินคดีหรือการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ให้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
ให้นําความในมาตรา ๘๒ มาใช้บังคับกับกรณีรํ่ารวยผิดปกติด้วย
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หมวด ๖ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หมวด ๗ การส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
บทบัญญัติตามวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้มีเงินเดือนและตําแหน่งประจํา
ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งและวรรคหก
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
การดําเนินการตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความยินยอมจากผู้ที่จะได้รับความคุ้มครองหรือช่วยเหลือก่อน
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หมวด ๘ ความร่วมมือกับต่างประเทศ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หมวด ๙ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
มาตรา ๑๔๒ สํานักงานมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้
(๓) ประสานงานและให้ความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริต
(๘) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย และตามที่กฎหมายบัญญัติ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๑) การจัดแบ่งส่วนงานภายในของสํานักงาน และขอบเขตหน้าที่ของส่วนงานดังกล่าว
การดาํ เนินการตาม (๑) ต้องคํานึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความคล่องตัว
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
(๓) การรักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทน และการรักษาการในตําแหน่งของข้าราชการ ของสํานักงาน
(๔) วันเวลาทํางาน วันหยุดราชการตามประเพณี และวันหยุดราชการประจําปี
(๗) การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อ่ืนแก่เลขาธิการ ข้าราชการ พนักงานราชการ และ ลูกจ้างของสํานักงาน
(๘) การรักษาทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุของข้าราชการสํานักงาน
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
การจ่ายเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่กําหนด
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ในส่วนของตําแหน่งทางบริหารตาม (๑) และ (๒) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกําหนด
วิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เลขาธิการมีวาระการดํารงตําแหน่งห้าปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และให้ดํารงตําแหน่ง ได้เพียงวาระเดียว
มาตรา ๑๕๐ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระแล้ว เลขาธิการพ้นจากตําแหน่งเมื่อ
(๒) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ หรือเพราะขาดคุณสมบัติ
หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔๔ (๒) (๓) ลาออก
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ให้นําความในมาตรา ๔๓ มาใช้บังคับกับการดําเนินคดีกับบุคคลตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
หมวด ๑๐ กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
มาตรา ๑๖๓ กองทุน ป.ป.ช. ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
(๑) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรเพื่อสมทบเข้ากองทุน ป.ป.ช.
และวิธีการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
มาตรา ๑๖๔ การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุน ป.ป.ช.
และการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด
มาตรา ๑๖๕ หน้าที่และอํานาจในการบริหารและการจัดการกองทุน ป.ป.ช. ให้เป็นไป
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ถ้าเจ้าพนักงานของรัฐ เป็นผู้กระทําการตามวรรคหนึ่งต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษ ที่กําหนดไว้
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี